
อุตสาหกรรมเครื่องสำอางทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไปสู่แนวคิด Clean Beauty และ Sustainable Formulation โดยผู้บริโภคคาดหวังผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงมีประสิทธิภาพ แต่ยังไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในระยะยาว ไมโครพลาสติก เคยถูกใช้ในหลายสูตรเพื่อเพิ่มคุณสมบัติเนื้อสัมผัส เช่น ช่วยในเรื่อง texture, spreadability และ film formation แต่การใช้งานเหล่านี้ก่อให้เกิดการสะสมของอนุภาคเล็กลงในธรรมชาติที่ไม่ย่อยสลาย ซึ่งเป็นปัญหาการปนเปื้อนและผลกระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำอย่างต่อเนื่อง
การศึกษาทางวิจัยและบทวิเคราะห์หลายฉบับชี้ว่า ไมโครพลาสติกในเครื่องสำอางสามารถเข้าสู่สิ่งแวดล้อมได้ง่ายและคงอยู่ในระบบนิเวศได้นาน โดยปล่อยออกสู่แหล่งน้ำและดินเมื่อถูกชะล้างหลังการใช้ ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำและห่วงโซ่อาหารทั้งระบบ ยิ่งไปกว่านั้นอันตรายจากไมโครพลาสติกยังได้รับการศึกษาว่า ไมโครพลาสติกมีผลต่อสุขภาพผิว และอาจมีการสะสมในร่างกายเมื่อได้รับอย่างต่อเนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่มีอนุภาคเหล่านี้ด้วย
ไมโครพลาสติกในเครื่องสำอางถูกเชื่อมโยงกับการปนเปื้อนของสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อไมโครพลาสติกลงสู่แหล่งน้ำ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจะดูดซับเข้าไปในระบบนิเวศ และเพิ่มความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อาหารทั้งสัตว์และมนุษย์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลายภูมิภาคตั้งกฎหมายจำกัดการใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง
นอกจากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ผู้บริโภคยุคใหม่ยังให้ความสำคัญกับ ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อผิวและไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือสะสมในร่างกาย มากขึ้น ทำให้แบรนด์จำนวนมากหันมาใช้วัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติหรือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น biodegradable alternatives, silica microspheres หรือวัตถุดิบจากพืช แทนการใช้ไบโพลิเมอร์สังเคราะห์แบบเดิม ซึ่งช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ดีทั้งด้านเนื้อสัมผัสและภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืน
ในมุมของการพัฒนา Texture Solution ทางเลือกที่เช่น ZeoSAES™ Texturizer 5X6010 จึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างของสารที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่อง Performance, Sensory และ Sustainability ไปพร้อมกัน — ให้เนื้อครีมลื่นนุ่ม เบาสบายผิว และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด Microplastic-Free & Eco-Conscious Formulation ที่ตลาดและผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการจริง ๆ
จากการเปรียบเทียบกับสูตรมาตรฐานที่ใช้ Silica พบว่า
ZeoSAES™ Texturizer 5X6010 สามารถเพิ่ม Color Payoff ได้มากกว่า +10%
แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการช่วยกระจายเม็ดสีได้ดีขึ้น ทำให้สีดูชัด สม่ำเสมอ และให้ฟินิชที่สวยงามยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Color Cosmetics
ในด้าน Skin Feel และ Application Experience
ZeoSAES™ Texturizer 5X6010 ให้ผลลัพธ์ที่โดดเด่นเมื่อเปรียบเทียบกับสูตรที่ใช้ Starch โดยผลการทดสอบจาก Internal Sensory Panel จำนวน 20 คน (ผู้หญิงอายุ 25–55 ปี) ระบุว่า
ผู้ทดสอบรับรู้ถึง Extra Silky Touch มากขึ้นถึง +70%
ผลลัพธ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ZeoSAES™ ช่วยให้เนื้อผลิตภัณฑ์
• ให้สัมผัสลื่นนุ่มแบบ Silk Finish
• เกลี่ยง่าย (Effortless Application)
• ให้ผิวสัมผัสแห้งสบาย (Dry Touch)
โดยไม่ทิ้งความสากหรือความหนักบนผิว
ด้วยคุณสมบัติทั้งด้าน Rich Texture, Increased Color Payoff และ Extra Silky Touch ZeoSAES™ Texturizer 5X6010 จึงไม่ใช่แค่ตัวช่วยปรับเนื้อสัมผัส แต่เป็น ทางเลือกทดแทน Silica และ Microplastic ที่ตอบโจทย์ทั้งด้าน Performance, Sensory Experience และ Clean & Sustainable Formulation สำหรับแบรนด์เครื่องสำอางยุคใหม่




